คนคอมพิวเตอร์

Archive for ตุลาคม 2008

 


หน้าแรก สารบัญ เกี่ยวกับบล็อกนี้ เกี่ยวกับผู้เขียน

ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง ตอนจบ

ฮาร์ดดิสก์เก่าอย่าเพิ่งโยนทิ้ง นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ที่ทำงานตามเสียงดนตรีกันดีกว่า

 
ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง หรือ “คีตะรังสี” เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • บทความ: ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง
  • เขียนโดย: ลาภลอย วานิชอังกูร www.laploy.com
  • เขียนเมื่อ: 9-2007 CHIP

ดั่งดวงดาว

การถอดแผ่นวงจรพิมพ์เราต้องขันนอตออก โชคร้ายที่ฮาร์ดดิสก์ใช้นอตแบบ “ทอกซ์” (Trox head screw) ซึ่งเป็นนอตหัวรูปดาวหกแฉก (เหมือนดาวในธงชาติอิสราเอล) มันคือนอตตามมาตรฐาน ISO10664 นอตหัวดาวนี้สร้างปัญหาให้ผู้เขียนเล็กน้อย เพราะไม่สามารถใช้ไขควงหัวแฉกไขได้ และในห้องปฏิบัติการฯ ก็ไม่มีไขควงหัวดาว ผู้เขียนแก้ปัญหาโดยใช้ไขควงหัวแบนธรรมดาที่มีขนาดเพอดีกับรอยบากรูปดาว

 

นอตที่ยึดแผ่นวงจรพิมพ์กับตัวฐานของฮาร์ดดิสก์เป็นนอตหัวดาว

แม้จะลำบาก แต่หลังจากใช้ความพยายามเล็กน้อยก็ใช้ไขควงหัวแบนขันนอตชนิดนี้ได้

 

ถอดแผ่นวงจร

ตรวจดูว่ามีนอตอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วถอดออกให้หมด เมื่อถอดครบแล้วท่านจะสามารถยกแผ่นวงจรพิมพ์ออกจากฐานของฮาร์ดดิสก์ได้โดยไม่ต้องถอดสายไฟใดๆ อีก เพราะวงจรเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนบนตัวฮาร์ดดิสก์ผ่านหน้าสัมผัส

ถอดแผ่นวงจร

 

มอเตอร์

ที่ศูนย์กลางของฮาร์ดดิสก์คือมอเตอร์ซึ่งทำหน้าที่หมุนจานบันทึกข้อมูล เมื่อถอดแผ่นวงจรพิมพ์ออกแล้ว เราจะเห็นสายไฟที่ออกจากแกนกลางมายังหน้าสัมผัส ในโครงการนี้เราจะไม่ใช้มอเตอร์ ดังนั้นเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหน้าสัมผัสเหล่านี้

หน้าสัมผัสของสายไฟจากมอเตอร์

 

เปิดฝาบน

ไขนอตแปดตัวซึ่งทำหน้าที่ยึดฝาบน เมื่อเปิดฝาได้แล้วเราจะเห็นอุปกรณ์ต่างๆ ในฮาร์ดดิสก์ จะเห็นว่ามีจานบันทึกข้อมูลเรียงซ้อนกันอยู่ถึงสามจาน

เปิดฝาบน

 

แขนกลและลวดเสียง

แกนเหล็กที่พาดจากด้านข้างไปถึงกึ่งกลางของจานคือแขนกล แขนนี้ทำหน้าที่ให้หัวอ่าน-เขียนสามารถเคลื่อนไปยังส่วนต่างๆ ของแผ่นดิสก์ได้ มุมบนขวาสุดมีแท่งเหล็กรูปตัว D มันคือโครงของแม่เหล็กถาวรกำลังสูง ภายใต้โครงเหล็กนี้มีลวดเสียง แกนของลวดนี้ยึดติดกับแขนกล เมื่อเราปล่อยกระแสไฟฟ้าสลับเข้าสู่ขวดลวด จะเกิดสนามแม่เหล็กซึ่งจะผลักและดูดแม่เหล็กถาวร เป็นผลให้แขนกลขยับเขยื้อนไปตามสัญญาณไฟฟ้า

โปรดสังเกตว่าแขนกลมีวงจรอีเล็กทรอนิกส์ติดอยู่ด้วย นี่คือวงจรของหัวอ่าน-เขียน แม้เราจะไม่ใช้ในโครงงานนี้แต่ก็ไม่จำเป็นต้องถอดออก จากวงจรนี้มีแถบสีส้มพาดมายังแถบขั้วสัมผัสด้านล่าง (แท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีรหัสแถบ) แถมส้มนี้เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ที่มีเส้นตัวนำไฟฟ้าภายใน ทำหน้าที่เป็นสายไฟเชื่อมต่อระหว่างวงจรหัวอ่าน-เขียน ลวดเสียง และหน้าสัมผัส

โปรดสังเกตต่อไปอีกว่าด้านซ้ายสุดของแถบส้ม ภายในมีสายไฟสองเส้นที่แยกต่างหากจากสายไฟอื่นๆ สายสองเส้นนี้คือสายไฟที่ต่อไปยังลวดเสียง ส่วนสายไฟอื่นๆ ทางขวาเป็นสายไฟที่ไปต่อเชื่อมกับวงจรของหัวอ่าน-เขียน

 

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในฮาร์ดดิสก์

แขนกล

แม่เหล็กและลวดเสียง

วงจรของหัวอ่าน-เขียน

 

เชื่อมสายเส้นเสียง

ตอนนี้ได้เวลาจับตะกั่วและหัวแร้งกันแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะยุ่งยาก การบัดกรีในโครงงานนี้ง่ายมาก เพราะมีจุดบัดกรีเพียงแค่สองจุดเท่านั้น ก่อนบัดกรีให้ไล่ดูสายลวดเสียงว่าต่อเข้ากับหน้าสัมผัสขาไหน เมื่อพบแล้วให้บัดกรีสายไฟสองเส้นเข้ากับขั้วนั้น

หากไม่แน่ใจว่าหน้าสัมผัสขาไหนต่อกับสายลวดเสียง ท่านสามารถตรวจสอบได้โดยนำสายไฟต่อกับไฟ 5 โวลต์ แล้วเขี่ยกับหน้าสัมผัสที่คาดว่าใช่ ขณะเขี่ยให้มองดูแขนกลไปด้วย หากเขี่ยถูกเส้น แขนกลจะขยับ ข้อควรระวังคือการเขี่ยอย่าให้สายไฟแตะกับหน้าสัมผัสนานเกินไป เพราะอาจทำให้ลวดเสียงไหม้ชุดรุดเสียหายได้

เมื่อบัดกรีแล้วนำปลายอีกด้านของสายไฟสองเส้นไปต่อกับลำโพงของเครื่องขยายเสียง จะต่อกับลำโพงซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ หากระบบสเตอริโอของท่านมีลำโพง ซับวูฟเฟอร์ ให้ต่อกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ การต่อเชื่อมให้คิดเสียว่าลวดเสียงของฮาร์ดดิสก์เป็นลำโพงตัวหนึ่ง

ก่อนต่อสายจากลวดเสียงกับเครื่องขยายเสียง โปรดตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสายไฟที่บัดกรีไว้ไม่ลัดวงจร เพราะหากลัดวงจรจะทำให้เครื่องเสียงชำรุดได้ วิธีตรวจสอบทำได้โดยใช้มิเตอร์ตั้งมาตรโอมแล้ววัดที่ปลายสายทั้งสองขั้ว (วัดก่อนต่อกับลำโพง) ผลการวัดควรจะมีความต้านทาน หากวัดแล้วได้ศูนย์โอมแสดงว่าจุดบัดกรีลัดวงจร หรือมีความผิดปรกติกับลวดเสียง

เครื่องขยายเสียงควรมีกำลังขับอย่างน้อย 30 วัตต์ จึงจะสามารถขับให้ลวดเสียงของฮาร์ดดิสก์ทำงานได้ เมื่อต่อสายและตรวจสอบเรียบร้อยทุกอย่างแล้วให้เปิดเครื่องขยายเสียง เปิดเพลงที่มีเสียงเบสมาก เช่นเพลงฮิพฮอพ หากทุกอย่างถูกต้องแขนกลจะขยับตามเสียงเพลง และจะมีเสียงดนตรีดังออกมาจากฮาร์ดดิสก์ด้วย เพราะบัดนี้ฮาร์ดดิสก์ของท่านได้กลายสภาพเป็นลำโพงไปเสียแล้ว

 

บัดกรีสายไฟสองเส้นกับหน้าสัมผัสที่ต่อไปลวดเสียง

ใช้มิเตอร์วัดจุดบัดกรีเพื่อตรวจสอบว่าลัดวงจรหรือไม่

 

 

ติดเทปบนแขนกล

ขั้นตอนต่อไปเราจะติดกระจกเงาบนแขนกล นำเทปสองหน้าตัดออกให้มีขนาดพอเหมาะแล้วติดลงไปบนแขนกล เราจะเว้นไม่ให้เทปกาวติดกับ “จุดแกนของแขนกล” (Actuator Axis) เพราะจุดแกนเป็นชิ้นส่วนซึ่งไม่เคลื่อนที่ การเว้นทำโดยตัดกระดาษไปวางไว้เหนือจุดแกนก่อนติดเทปกาวสองหน้าทับลงไป เมื่อติดเทปครบทั่วแล้วให้ใช้มีดตัดเทปกาวส่วนเกินออก

จุดแกนของแขนกลคือส่วนที่ผู้เขียนนำกระดาษสีขาวกลมๆ ไปวางไว้

ใช้มีดตัดเทปกาวส่วนเกินออก

สภาพของแขนกลเมื่อตัดเทปกาวสองหน้าเรียบร้อยแล้ว

 

สร้างฐานของกระจก

ขั้นตอนนี้เราจะนำยางลบมาตัด แล้วติดบนแขนกล เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานของกระจกเงา วิธีทำให้วัดขนาดของแขนกลแล้วตัดยางลบให้มีขนาดใกล้เคียงกัน ติดเทปกาวสองหน้าที่ยางลบ นำยางลบมาติดไว้บนแขนกล กดให้แน่น แต่ระวังอย่าออกแรงมากเกินไปจนแขนกลคดงอ

 

ตัดยางลบให้มีขนาดใกล้เคียงกับแขนกล

ติดเทปกาวสองหน้าที่ยางลบ

นำยางลบมาติดไว้บนแขนกล

 

 

ติดตั้งกระจกเงาบานที่หนึ่ง

เราจะติดกระจกเงาหนึ่งบานบนแขนกล ขั้นแรกให้แกะกระจกออกจากกรอบ สาเหตุที่เอากรอบออกเพราะต้องการลดน้ำหนักของกระจก วิธีแกะให้บิดงอกรอบเล็กน้อย เมื่อกระจกเผยอขึ้นให้สอดใบมีดเข้าด้านหลังกระจกแล้วเลื่อนใบมีดไปรอบๆ ระวังอย่าใช้แรงมากเพราะอาจทำให้กระจกแตก หรืออาจทำให้ใบมีดเฉลบออกมาบาดมือได้ เพื่อความปลอดภัยโปรดใส่ถุงมือหนังขณะทำขั้นตอนนี้

เมื่อนำกระจกออกจากกรอบได้แล้ว ให้นำไปติดไว้บนฐานที่สร้างจากยางลบ (จากขั้นตอนก่อนหน้านี้) หากท่านมีเครื่องมือตัดกระจก อาจตัดกระจกให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะทำให้กระจกมีน้ำหนักเบาขึ้น และเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เมื่อติดตั้งกระจกเสร็จแล้วให้เปิดเพลง และตรวจสอบดูว่ากระจกติดแน่นดีหรือไม่ หลุดออกจากฐานเมื่อแขนกลสั่นเป็นเวลานานหรือไม่ สามารถเคลื่อนไหวตามเสียงเพลงได้ดีหรือไม่

แกะกระจกออกจากกรอบ

นำกระจกมาติดไว้บนฐาน

 

 

ติดตั้งกระจกเงาบานที่สอง

อันที่จริงโครงงานนี้เราจะใช้กระจกเงาเพียงบานเดียวก็ได้ แต่ที่ใช้กระจกเงาสองบานก็เพราะต้องการติดตั้งเครื่องยิงแสงเลเซอร์ไว้บนตัวฮาร์ดดิสก์ จะทำให้ได้ผลงานที่กะทัดรัดดีกว่าการติดตั้งเครื่องยิงแสงเลเซอร์ไว้ภายนอก การติดตั้งกระจกเงาบานที่สองทำได้ง่ายมาก เพียงนำเทปกาวสองหน้ามาติดไว้ในตำแหน่งที่เห็นในภาพ (เยื้องกับกระจกเงาบานที่หนึ่ง) เมื่อนำกระจกเงาบานที่สองมาติดกับเทปกาวสองหน้าแล้ว กระจกทั้งสองบานจะอยู่ในลักษณะเกือบขนานกัน

 

ติดเทปกาวสองหน้าที่มุมตรงข้ามกับแม่เหล็ก

กระจกทั้งสองบานจะอยู่ในลักษณะหันหน้าเข้าหากัน

 

 

เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

เมื่อประกอบส่วนฐานและกระจกเงาเสร็จแล้ว ต่อไปเราจะมาลงมือทำส่วนยิงลำแสงเลเซอร์ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

นำปากกาที่มีตัวชี้เลเซอร์มาถอดไส้ปากกาออกแล้วแกะถ่านออกให้หมด

ดูภายในด้ามปากกา จะเห็นสปริงทำหน้าที่เป็นขั้วลบของไฟเลี้ยงเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

นำแผ่นพลาสติกหรือกระดาษบางๆ มาตัดออกให้มีขนาดประมาณ 2×4 นิ้ว

เราจะใช้แผ่นพลาสติกนี้ทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันการลัดวงจร

ม้วนแผ่นพลาดติดแล้วสอดไว้ในด้ามปากกา ดูให้แน่ใจว่าสอดเข้าลึกเลยส่วนที่เป็นสปริง

นำปากคีบมาถอดยางหุ้มออก

นำปากคีบสอดเข้าไปในปลายด้ามปากกา แล้วหนีบไว้กับสปริง ทำหน้าที่เป็นขั้วลบ

นำปากคีบอีกอันมาหนีบกับตัวเหน็บกระเป๋าซึ่งต่อกับตัวถังของปากกา ทำหน้าที่เป็นขั้วบวก

นำปากคีบไปหนีบกับแหล่งจ่ายไฟหรือถ่ายไฟฉาย ดูให้แน่ใจว่าหนีบถูกขั้วบวก-ลบ

นำเทปพันสายไฟมาพันทับสวิทช์ เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งเปิดตลอดเวลา แล้วจ่ายไฟเข้า เพียงเท่านี้เราก็จะได้เครื่องยิงแสงเลเซอร์ที่พร้อมใช้งาน

 

 

ติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

ขั้นตอนสุดท้ายคือการติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ หลักการติดตั้งคือให้เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์อยู่ในตำแหน่งที่จะยิงแสงไปยังกระจกเงาบานที่สอง แล้วสะท้อนไปยังกระจกเงาบานที่หนึ่ง สุดท้ายแสงเลเซอร์จากกระจกเงาบานที่หนึ่งจะสะท้อนไปยังฉากรับภาพหรือกำแพงห้อง

วิธีติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ให้ทำดังนี้

  1. ให้ปิดม่านและไฟในห้องให้มืด
  2. จุดธูปสอง-สามดอก ควันธูปจะช่วยให้มองเห็นลำแสงเลเซอร์ได้ง่ายขึ้น
  3. จ่ายไฟเข้าเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์
  4. นำเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์มาวางในตำแหน่งตามตามที่เห็นในภาพ
  5. ขยับส่วนหัวของเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์จนกระทั่งได้มุมสะท้อนแสงตามที่เห็นในภาพ
  6. ใช้ดินสอทำเครื่องหมายตำแหน่งไว้
  7. นำเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์มายึดติดกับตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้ โดยใช้เทปกาวสองหน้า

 

ตำแหน่งการติดตั้งเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

 

 

การพัฒนาฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

เมื่อทำงานมาถึงขั้นนี้ฮาร์ดดิสก์แสงเพลงของเราก็พร้อมวาดลวดลายตามจังหวะเพลง เราอาจพัฒนาฮาร์ดดิสก์แสงเพลงให้ก้าวหน้าไปกว่านี้ได้อีก เช่นสร้างฮาร์ดดิสก์แสงเพลงสามชุด โดยให้แต่ละชุดทำงานกับระดับเสียงต่างกัน คือเสียงทุ้ม เสียงกลาง และเสียงแหลม การแยกระดับเสียงทำได้โดยใช้วงจรแยกความถี่แบบสามทาง (3 way crossover network) เป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่เครื่องเสียง (เช่นที่บ้านหม้อ) หากท่านต้องการสร้างแต่ไม่อยากไปเที่ยวหาชิ้นส่วน ท่านสามารถสั่งซื้อชุดคิทได้ที่นี่ หากท่านมีคำถามใดๆ โปรดโพสข้อความไว้ที่เว็บไซต์ laploy.com ผู้เขียนจะตอบทุกคำถามเท่าที่ทำได้

 

Advertisements

 


หน้าแรก สารบัญ เกี่ยวกับบล็อกนี้ เกี่ยวกับผู้เขียน

ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง ตอน 1

ฮาร์ดดิสก์เก่าอย่าเพิ่งโยนทิ้ง นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ที่ทำงานตามเสียงดนตรีกันดีกว่า

 
ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง หรือ “คีตะรังสี” เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • บทความ: ฮาร์ดดิสก์แสงเพลง
  • เขียนโดย: ลาภลอย วานิชอังกูร www.laploy.com
  • เขียนเมื่อ: 9-2007 CHIP

เมื่อเราเปิดเพลงในคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรม วินโดวส์มีเดียเพลย์เยอร์ หรือโปรแกรม วินแอมป์ เราจะเห็นเส้นแสงแห่งดนตรีที่ขยับเขยื้อนไปตามจังหวะเพลง (visualization) มีลักษณะคล้ายภาพสัญญาณเสียงบนหน้าจอออสซิโลสโคป คงจะงดงามและเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง หากเรามีเส้นแสงที่ขยับตามเสียงดนตรี ฉายลงบนจอภาพขนาดใหญ่ หรือบนผนังบ้าน

บทความนี้จะสอนวิธีนำฮาร์ดดิสก์เก่าที่ใช้การไม่ได้แล้ว บวกกับวัสดุหาง่ายรอบตัว นำมาสร้างเป็นเครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ที่ทำงานตามจังหวะเพลง ภาพที่ได้คล้าย visualization แต่ใหญ่กว่ามาก เพราะฉายลงบนผนังบ้านโดยตรง เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม สามารถนำไปใช้กับเครื่องขยายเสียงสเตอริโอได้

โปรดดูวิดีโอสาทิตตัวอย่างการทำงานของฮาร์ดดิสก์แสงเพลงได้ที่เว็บไซต์ laploy.com เข้าไปในหัวข้อดาวน์โหลด จะมีวิดีโอสองไฟล์ ไฟล์แรกชื่อ hd-laser01.wmv เป็นภาพเส้นแสงเลเซอร์บนฝาผนัง อีกไฟล์ชื่อ hd-laser02.avi เป็นภาพตัวฮาร์ดดิสก์แสงเพลงขณะกำลังทำงาน (ให้ดาวน์โหลดไฟล์มาใส่ในคอมพิวเตอร์ของท่านก่อน แล้วจึงเปิดไฟล์โดยใช้โปรแกรมมีเดียเพลย์เยอร์ หรือโปรแกรมเล่นวิดีโออื่นๆ)

หรือที่ YouTube ภาพบนกำแพง ภาพการทำงาน

 

 

 

เส้นแสงดนตรีเมื่อฉายบนผนังห้อง ภาพที่เห็นประกอบด้วยภาพแปดภาพ แต่ละภาพมีขนาดประมาณ 5×5 เมตร

 

visualization ในโปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลย์เยอร์

 

visualization ในโปรแกรมวินแอมป์

 

 

หลักการทำงาน

ฮาร์ดดิสก์ที่เสีย ส่วนมากอาการเสียเกิดจากหัวอ่านทำงานผิดปรกติ หรือแผ่นดิสก์ชำรุด ส่วนแขนกล (actuator แกนที่เคลื่อนด้วยแม่เหล็ก) และลวดเสียง (voice coil ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำงานตามสัญญาณเสียง) มักยังทำงานได้ตามปรกติ เราจึงสามารถนำมันมาดัดแปลงใช้ในโครงงานนี้ได้

หลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์แสงเพลงไม่มีอะไรซับซ้อน เราจะนำสัญญาณเสียงมาจากเครื่องขยายเสียง (เอามาจากจุดต่อลำโพง) ต่อเข้ากับลวดเสียงของฮาร์ดดิสก์ สัญญาณเสียงทำให้แขนกลสั่น เพราะแขนกลจะเคลื่อนไหวไปมาด้วยอำนาจของแม่เหล็กไฟฟ้าในลวดเสียง

เราจะใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงไปยังกระจกเงาที่ติดตั้งไว้บนแขนกล เพื่อให้สะท้อนไปยังผนังหรือฉากรับภาพ เนื่องจากกระจกเงานี้จะสั่นตามจังหวะเพลง เส้นแสงที่ได้จึงถูกวาดขึ้นตามสัญญาณเสียง ต้นกำเนิดแสงเลเซอร์เราจะใช้เครื่องชี้แสงเลเซอร์ เพราะเป็นสินค้าราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไป

 

 

แผนภูมิแสดงการทำงานของฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

 

 

วงจรฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

ในโครงงานนี้เราไม่ต้องสร้างวงจรอีเล็กทรอนิกส์ เพราะฮาร์ดดิสก์มีทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือบัดกรีสายไฟสองเส้นที่ขั้วต่อลวดเสียงในฮาร์ดดิสก์ แล้วนำปลายอีกด้านไปต่อเข้ากับลำโพงของเครื่องขยายเสียงสเตอริโอ และจัดหาแหล่งจ่ายไฟเลี้ยงให้เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์

 

วงจรฮาร์ดดิสก์แสงเพลง

 

ฮาร์ดดิสก์เจ้าเก่า

อุปกรณ์ที่เป็นหัวใจของโครงงานนี้คือฮาร์ดดิสก์เก่า เราจะใช้มันทำหน้าที่ขยับแสงเลเซอร์ตามจังหวะเพลง ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่บอบบาง ชำรุดเสียหายได้ง่าย กระแทกแรงๆ หน่อยก็ชำรุดแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้เขียนกำลังอัพเกรดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์วางอยู่บนโต๊ะ ยังไม่ได้ใส่เข้าไปในเคส แต่ต่อสายไฟและสายสัญญาณแล้ว ขณะที่กำลังติดตั้งวินโดวส์ ไขควงเกิดหล่นจากชั้นวางเครื่องมือลงบนฮาร์ดดิสก์พอดี ผลลัพธ์คือฮาร์ดดิสก์พัง

ผู้เขียนทำฮาร์ดดิสก์พังเพราะความสะเทือนขณะฮาร์ดดิสก์กำลังอ่าน-เขียนข้อมูลอยู่ไปหลายตัว ถึงแม้จะใช้งานอย่างระมัดระวังฮาร์ดดิสก์ก็ยังพังเมื่อหมดอายุการทำงานอยู่ดี นั่นเป็นเพราะฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว คือหัวอ่านและจานบันทึกข้อมูล ส่วนจานจะเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่เราเปิดคอมพิวเตอร์ ส่วนหัวอ่านจะเคลื่อนไหวเมื่อเกิดการอ่านหรือเขียนข้อมูลกับฮาร์ดดิสก์ การที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวทำให้ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุสั้น (เมื่อเทียบกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเลย เช่นแรม)

ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่าฮาร์ดดิสก์มีสองประเภท คือประเภทที่ “ใกล้จะพัง” และประเภทที่ “พังไปแล้ว” ฮาร์ดดิสก์ที่เราจะใช้ในโครงงานนี้คือประเภทหลัง ผู้เขียนเคยใช้ฮาร์ดดิสก์ครบทุกยี่ห้อ (ซีเกต เวสต์เทอร์นดิจิตอล ไอบีเอ็ม แมกซ์เตอร์ ซัมซุง ฯลฯ) พบว่าไม่มียี่ห้อใดทนทานกว่ายี่ห้อใด ทุกยี่ห้อพังง่ายพอๆ กัน ในห้องปฏิบัติการฯ มีฮาร์ดดิสก์เก่ามากกว่ายี่สิบตัว เมื่อนำมาตรวจสอบดู พบว่า เกือบทั้งหมดใช้งานไม่ได้แล้ว มีอยู่สองตัวยังใช้งานได้ แต่มีความจุน้อยเกินไปจนไม่มีประโยชน์ (ความจุ 2 GB)

ฮาร์ดดิสก์ที่เหมาะแก่การดัดแปลงในโครงงานนี้เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. ชำรุดแล้ว : แน่นนอนว่าเราคงไม่อยากนำฮาร์ดดิสก์ที่ยังใช้งานได้ดีอยู่มาแกะ เพราะฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ราคาสูงจึงไม่คุ้มที่จะนำมาดัดแปลงเช่นนี้ หากท่านไม่มีฮาร์ดดิสก์ที่ชำรุดแล้ว ให้ไปที่ศูนย์ไอที ลองดูร้านที่ขายสินค้าเก่า มักมีซากฮาร์ดดิสก์กองไว้ ราคาประมาณตัวละ 100-300 บาท
  2. มีขนาดใหญ่ : ฮาร์ดดิสก์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ก หรือฮาร์ดดิสก์ในเครื่องไอพอด เล็กเกินไปสำหรับโครงงานนี้ ที่เราจะใช้คือฮาร์ดดิสก์ขนาดปรกติที่ใช้กันในคอมพิวเตอร์เดกส์ท็อป (มีขนาดประมาณ 4×6 นิ้ว)
  3. ไม่ใช่ของโบราญ : ฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่ามากๆ จะใช้สเต็ปเปอร์มอเตอร์ (stepper motor) เพื่อขับเคลื่อนหัวอ่าน ส่วนฮาร์ดดิสก์สมัยใหม่จะใช้ลวดเสียงแทน คำว่า “ฮาร์ดดิสก์สมัยใหม่” ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในระยะสิบปีที่ผ่านมานี้ฮาร์ดดิสก์ส่วนมากจะใช้ลวดเสียงทั้งนั้น

 

กองฮาร์ดดิสก์เก่า

 

ตัวชี้เลเซอร์

ตัวชี้เลเซอร์ (Laser pointer) คืออุปกรณ์ที่ใช้ชี้บนกระดานหรือบนหน้าจอเพื่อการนำเสนอ เมื่อยี่สิบปีก่อนตอนที่เริ่มมีขายใหม่ๆ ราคาหลายหมื่นบาท ถูกใช้เพื่อช่วยการเล็งเป้าสำหรับพลซุ่มยิง ปัจจุบันตัวชี้เลเซอร์ที่ผลิตในประเทศจีนราคาไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หาซื้อได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า มักอยู่ในหมวดสินค้าซึ่งเป็นพวงกุญแจ หรือปากกา หรือของเด็กเล่น

แสงเลเซอร์อันตรายต่อดวงตา จึงไม่ควรให้ตัวชี้เลเซอร์ฉายไปยังดวงตาโดยตรง (หรือสะทอนจากกระจกเงาก็ตาม) แม้เครื่องกำเนิดแสงเลเซอร์ในตัวชี้เลเซอร์จะมีความแรงเพียงหนึ่งถึงห้ามิลิวัตต์ (จัดอยู่ในอุปกรณ์เลเซอร์ระดับสอง) เป็นมาตรฐานที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าฉายแสงเลเซอร์ความแรงขนาดนี้ที่ลูกนัยน์ตาเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความความเสียหายต่อเยื่อภายในลูกตา (retina) ได้

ผู้เขียนค้นในห้องปฏิบัติการฯ พบตัวชี้เลเซอร์ที่เป็นพวงกุญแจ นำมาทดสอบพบว่าให้แสงอ่อนเกินไป ไม่เหมาะที่จะใช้ในโครงงานนี้ เมื่อค้นหาต่อไปอีกจึงพบปากกาลูกลื่นซึ่งมีตัวชี้เลเซอร์และไฟฉายเล็กซึ่งทำจากไดโอดเปล่งแสงชนิดสว่างพิเศษ (super bright LED) อยู่ภายใน เมื่อนำมาทดสอบพบว่าให้แสงเลเซอร์มีความเข้มน่าพอใจ

ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ในตัวชี้เลเซอร์คือเลเซอร์ไดโอด เป็น LED(Light Emitting Diode ไดโอดเปล่งแสง) ชนิดหนึ่งที่ให้แสงเลเซอร์ คุณสมบัติของมันคือ เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ ไม่ใช่หลอดไฟ จึงไม่มีไส้หลอด กินกระแสน้อย ต้องป้อนไฟเลี้ยงให้มีแรงดันถูกต้อง และถูกขั้ว ตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ในตัวชี้เลเซอร์ราคาถูกมักให้แสงสีแดง มีบ้างที่ให้แสงสีเขียวหรือสีน้ำเงิน แต่พบได้ไม่บ่อยนัก

 

ตัวชี้เลเซอร์ที่เป็นปากกาลูกลื่น

 

 

เครื่องกำเนิดแสงเลเซอร์ซึ่งอยู่ในตัวชี้เลเซอร์แบบพวงกุญแจ

 

 

กระจกเงาขนาดเล็ก

โครงงานนี้จำเป็นต้องใช้กระจกเงาเล็กๆ สองบานเพื่อทำหน้าที่หักเหแสงเลเซอร์ หลังจากค้นในห้องปฏิบัติการฯ จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีกระจกเงาขนาดเล็ก ผู้เขียนตัดสินใจเดินทางไปยังร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น ที่อยู่ใกล้ห้องปฏิบัติการฯ พบกระจกเงาเล็กๆ ยี่ห้อ ดีสนีย์ ในมุมสินค้าเครื่องสำอาง กระจกนี้ราคาสิบหกบาท มีขนาดประมาณ 2×2 นิ้ว มีฝาและกรอบเป็นพลาสติก ผู้เขียนตัดสินใจซื้อมาสามบาน คละแบบ เพื่อทดสอบ พบภายหลังว่าบานที่มีรูปร่างโค้ง (บานหน้าสุดในภาพ) เหมาะสำหรับการใช้งานกว่าแบบกลม (สองบานข้างหลัง)

หากท่านมีกระจกเงาแบบอื่นๆ ซึ่งมีขนาดประมาณ 2×2 นิ้วก็ใช้ได้เช่นกัน หากมีกระจกเงาบานใหญ่ จะใช้เครื่องมือตัดกระจกตัดให้ได้ขนาดเท่านี้ก็ได้ จุดสำคัญคือกระจกต้องบาง (หนาประมาณ 2 มิลลิเมตร) และเบา (ประมาณ 5 ถึง 10 กรัม) ส่วนวัสดุอื่นๆ ที่มีผิวหน้าเงา สะทอนแสงได้เหมือนกระจก เช่นพลาสติกชุบโครเมียม ก็พอใช้ได้แต่ไม่สู้ดี ถ้าพูดถึงเรื่องการสะท้อนแสงเลเซอร์แล้ว ไม่มีอะไรสู้กระจกเงาธรรมดาได้

 

กระจกเงาเล็กๆ ยี่ห้อ ดีสนีย์

 

กระจกเงาเช่นนี้มีสองแบบ คือแบบกลมกับแบบโค้ง แบบที่เหมาะสำหรับโครงงานนี้คือแบบโค้ง (อันบน)

 

 

ยางลบ

เราจะใช้ยางลบทำหน้าที่เป็นขาตั้ง ช่วยยึดกระจกเงาไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ สาเหตุที่เลือกใช้ยางลบเพราะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย มีความแข็งแรงแต่ยืดหยุ่น สามารถตัดให้เป็นรูปทรงต่างๆ ตามต้องการได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ยางลบที่ใช้มีขนาด 3×2 ซ.ม. หนา 1 ซ.ม. เป็นยางลบดินสอ (ยางลบหมึกไม่เหมาะเพราะแข็งเกินไป)

ผู้เขียนซื้อยางลบนี้มาจากเทสโก้ หนึ่งถุงมีห้าอัน ราคาประมาณ 25 บาท ไม่ได้ซื้อมาลบดินสอ แต่นำมาใช้เพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (ขัดถูหน้าสัมผัสของการ์ดเพิ่มขยาย และแรม) หากท่านมียางลบยี่ห้ออื่น แบบอื่น ที่มีขนาดใกล้เคียงกันก็ใช้แทนกันได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะยางลบยี่ห้อที่เห็นในภาพ

ยางลบ

เทปกาวสองหน้า

โครงงานนี้เราจะใช้เทปกาวสองหน้าเพื่อยึดยางลบไว้กับกระจกเงา ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะถูกติดตั้งไว้บนแขนกลอีกทีหนึ่ง สาเหตุที่ใช้เทปกาวสองหน้าเพราะหาง่าย ยึดเกาะกับยางลบและกระจกเงาได้ดี สามารถนำมาตัดให้เข้ากับจุดที่จะติดตั้งได้ง่าย ให้เลือกใช้เทปกาวสองหน้าซึ่งมีคุณภาพสูง เพราะเมื่อวงจรทำงานแขนกลจะสั่นอย่างรุนแรง หากใช้เทปกาวสองหน้าคุณภาพต่ำ กระจกเงาจะหลุดออกจากฐาน เราจึงจำเป็นต้องใช้เทปกาวสองหน้าที่มีกำลังยึดเกาะสูง ควรซื้อเทปกาวสองหน้าอย่างดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ (เลือกอันที่แพงสุด) ไม่ต้องห่วงเรื่องราคา เพราะเราใช้ปริมาณไม่มาก ซื้อม้วนเล็กที่สุดก็พอ

เทปกาวสองหน้ามีหลายแบบ แบ่งออกตามความหนา คือมีแบบบาง แบบหนาธรรมดา และแบบหนาพิเศษ เทปกาวสองหน้าที่เราจะใช้ในโครงงานนี้เป็นแบบหนาธรรมดา คือมีความหนาประมาณครึ่งมิลลิเมตร ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเทปกาวสองหน้าคือใช้ปืนยิงกาว เป็นเครื่องมือรูปร่างเหมือนปืน ภายในมีขดลวดความร้อน เมื่อใส่กาวแท่ง (เป็นแท่งกลมยาว ทำจากไวนีลอาซิเตทโพลีเมอร์) กาวจะละลายด้วยความร้อนออกทางปลายปืน เมื่อกาวแห้งจะแข็งตัวจะยึดจับวัสดุที่เราต้องการได้

 

เทปกาวสองหน้าแบบหนาธรรมดา

 

เทปกาวสองหน้าแบบบาง

 

ปืนยิงกาว

 

แหล่งจ่ายไฟ

ในโครงงานนี้ไม่ต้องจ่ายไฟให้มอเตอร์ของฮาร์ดดิสก์ แต่เราต้องการแหล่งจ่ายไฟให้แก่ตัวชี้เลเซอร์ ปรกติตัวชี้เลเซอร์ใช้พลังงานจากถ่านไฟฉายขนาดกระดุม (button cell) สามก้อน ถ่านไฟฉายชนิดนี้มีแรงดันก้อนละ 1.5 โวลต์ ถ่านไฟฉายแบบนี้มีข้อดีคือมีขนาดกะทัดรัด แต่ข้อเสียคือใช้งานได้ไม่นาน จึงไม่เหมาะกับโครงงานนี้

แหล่งจ่ายไฟที่ผู้เขียนใช้คือแหล่งจ่ายแบบควบคุมดัน 5 โวลต์ (regulator power supply) ที่มีอยู่ในห้องปฏิบัติการฯ หากท่านไม่มีจะใช้แหล่งจ่ายไฟอเนกประสงค์แบบปรับความดันได้หลายขนาดก็ได้ แหล่งจ่ายไฟชนิดนี้จ่ายไฟกระแสตรง ปรับความดันได้ตั้งแต่ 1.5 ถึง 12 โวลต์ หากจะนำมาใช้ในโครงงานนี้ให้ปรับความดันไว้ที่ 4.5 โวลต์

ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งคือใช้ถ่ายไฟฉายขนาดแรงดัน 9 โวลต์ ซึ่งใช้ได้กับตัวชี้เลเซอร์บางแบบ แต่แรงดันอาจสูงเกินไปสำหรับตัวชี้เลเซอร์บางแบบ และอาจทำให้ตัวชี้เลเซอร์ชำรุดได้ หากจำเป็นต้องใช้ถ่ายไฟฉายขนาดแรงดัน 9 โวลต์จริงๆ ขอแนะนำให้ใช้ร่วมกับวงจรควบคุมดัน 5 โวลต์ หรือจะซื้อแหล่งจ่ายไฟตรง 5 โวลต์ (กระแส 250 มิลลิแอมป์) จากร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

 

 

แหล่งจ่ายแบบควบคุมดัน 5 โวลต์

ถ่ายไฟฉายขนาดแรงดัน 9 โวลต์

 

แหล่งจ่ายไฟอเนกประสงค์แบบปรับความดันได้หลายขนาด

 

สรุปรายการวัสดุ

  1. ฮาร์ดดิสก์ที่ชำรุดแล้ว
  2. กระจกเงา
  3. ยางลบ
  4. เทปกาวสองหน้า
  5. ปากคีบ
  6. ถ่านไฟฉาย

 

เครื่องมือ

ต่อไปเป็นรายการเครื่องมือที่ต้องใช้ในโครงงานนี้ เป็นเครื่องมือธรรมดาที่พบได้ในห้องปฏิบัติการฯ ทั่วไป โดยมีรายการดังนี้

  • มิเตอร์ : ใช้วัดจุดบัดกรีว่าลัดวงจรหรือไม่ จะใช้แบบอนาลอกหรือดิจิตอลก็ได้ ใช้ยี่ห้ออะไรหรือรุ่นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
  • หัวแร้ง : หัวแร้งวัตต์ต่ำ (20-30 วัตต์) ใช้ร่วมกับตะกั่วบัดกรีธรรมดา (ตะกั่วเส้นแบบมียางสนภายในหรือ flux core เป็นตะกั่วผสมดีบุกอัตราส่วน 60/40 เส้นโตขนาด 22swg หรือ 0.7 มิลลิเมตร)
  • คีม : คีมตัดสายไฟเล็กๆ หรือที่ช่างเรียกว่าคีมปากนกแก้ว
  • กรรไกร : กรรไกรตัดกระดาษธรรมดา ใช้ตัดแผ่นพลาสติกใสและเทป
  • มีด : มีดคัตเตอร์หรือมีดทำงานอดิเรก ใช้ตัดเทปกาวสองหน้า
  • ไขควง : ไขควงขนาดเล็กแบบที่ช่างซ่อมแวนหรือนาฬิกาใช้
  • ปากคีบเล็ก : คือสายไฟซึ่งมีปลายสองด้านเป็นปากคีบเล็กๆ

 

มิเตอร์แบบอนาลอก

มิเตอร์แบบดิจิตอล

หัวแร้งและตะกั่ว

กรรไกร

มีดทำงานอดิเรก

ไขควงเล็ก

 

ปากคีบเล็ก

 

ขั้นตอนการทำ

วิธีสร้างฮาร์ดดิสก์แสงเพลงทำได้ไม่ยาก เพียงแค่นำฮาร์ดดิสก์มาถอดฝาและแผ่นวงจรออก นำสายไฟมาบัดกรีลวดเสียง ติดตั้งกระจกเงาและตัวชี้แสงเลเซอร์ เพียงเท่านั้นก็เรียบร้อย รายละเอียดของวิธีทำมีดังนี้

 

ฝาครอบด้านบนฮาร์ดดิสก์

ผู้เขียนสุ่มหยิบฮาร์ดดิสก์ออกมาจากองหนึ่งตัว พบว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อแมกซ์เตอร์ รุ่นไดมอนแมกซ์ พลัส 9 เป็นแบบ ATA/133 ผลิตในประเทศสิงค์โปร ไม่ทราบขนาด ความจุ และปีที่ผลิต โปรดสังเกตว่าด้านบนมีนอตหกตัว สี่ตัวที่ขอบมุม และสองตัวที่ขอบตรงกลาง ผู้เขียนพบว่ายังมีนอตอยู่อีกสองตัวตรงกลาง แต่นอตสองตัวนี้ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้แถบกาวที่เป็นวงกลมสีขาว

 

ฝาครอบด้านบนฮาร์ดดิสก์

 

 

วงจรควบคุมฮาร์ดดิสก์

เมื่อพลิกดูด้านล่างของฮาร์ดดิสก์ จะพบว่ามีแผ่นวงจรพิมพ์ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋วจำนวนมาก มันคือวงจรควบคุมการทำงานของฮาร์ดดิสก์ ในโครงงานนี้เราจะไม่ใช้ และจะต้องถอดออกทิ้งไป สาเหตุที่ต้องถอดออกเพราะภายใต้วงจรนี้มีจุดต่อสายไฟไปยังลวดเสียงที่เราต้องการเข้าถึง

 

วงจรควบคุมการทำงานของฮาร์ดดิสก์

 

โปรดติดตามตอนจบ

 


เกี่ยวกับบล็อกนี้

เว็บบล็อก “คนคอมพิวเตอร์” หรือ Laploy’s articles เป็นบล็อกรวบรวมบทความจาก ลาภลอย วานิชอังกูร มีบทความหลายประเภทคละกัน เช่นบทความเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ บทความเกี่ยวกับการสร้างและดัดแปลงฮาร์ดแวร์ บทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั่วไป บทความทั่วไป และนิยายนักสืบ

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลาภลอย วานิชอังกูร เป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาแอพลิเกชันฐานข้อมูลและ Business Intelligence โดยเริ่มจากการพัฒนาโปรแกรมด้วย dBaseII, Clipper, FoxPro ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบูรณาการระบบฐานข้อมูลด้วยเทคโนโลยีของไมโคร ซอฟต์เช่น ASP.NET, ADO.NET, Microsoft SQL Server 2008 และ LINQ ชำนาญการเขียนคิวรีเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน Data mining, Data Warehouse, OLAP (SSRS), OLTP เคยออกแบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ในองค์กรระหว่างประเทศ เคยพัฒนาแอพลิเกชันฐานข้อมูลในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ และเคยให้คำปรึกษาด้าน BI ในศูนย์คอมพิวเตอร์ (T-Center) ในองค์กรของประเทศฝรั่งเศส
นอกจากงานฐานข้อมูลแล้ว ลาภลอย วานิชอังกูร ยังเชี่ยวชาญการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบฝังตัว (Microprocessor / Microcontroller Based Embedded System) งานพัฒนาแอพลิเกชันในอินเตอร์เน็ตแบบ RIA (Rich Internet Application) งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของซอฟต์แวร์ด้วยหลักการ OOP (Framework Development in Object Oriented Programming) ด้วยภาษา C# และ .NET Framework และงานบูรณาการระบบในองค์กรหรือ SOA (Service Oriented Architecture for Enterprise Orchestration) เคยร่วมงานกับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ในหลายๆ ประเทศ เช่น ไทย อินเดีย สวิส เยอรมัน และประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน ลาภลอย วานิชอังกูร ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาการวางระบบ IT (เช่น SQL, OLAP,.NET, SCADA, BI, SOA และอื่นๆ) ให้แก่หน่วยงานขนาดใหญ่หลายแห่ง และมีบทความทางวิชาการตีพิมพ์ในวารสารหลายเล่มอย่างสม่ำเสมอ และเป็นผู้เขียนหนังสือ "เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase - Query - T-SQL - Stored Procedure" และ “เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET” (ISBN 13:978-974-212-598-1)
ท่านสามารถติดต่อผู้เขียนได้ที่อีเมล laploy@gmail.com

เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET

ชื่อหนังสือ : เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET โดย : ลาภลอย วานิชอังกูร จัดพิมพ์จัดจำหน่ายโดย : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ISBN : 13:978-974-212-598-1 ราคา : 349 บาท จำนวนหน้า : 648 ขนาด : 19x29 ซ.ม.

เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase – Query – T-SQL – Stored Procedure

ชื่อหนังสือ: เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase - Query - T-SQL - Stored Procedure โดย: ลาภลอย วานิชอังกูร จัดพิมพ์จัดจำหน่าย: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ISBN: 978-616-08-0009-4 ราคา: 559 บาท จำนวนหน้า: 1,100 ขนาด: 19x29 ซ.ม. วางตลาด: ตุลา 2552

กรุณาป้อนอีเมลของท่าน

Join 17 other followers

Advertisements