คนคอมพิวเตอร์

มาสร้างเมาส์อากาศกันเถอะ ตอนจบ

Posted on: กันยายน 9, 2010

หน้าแรก สารบัญ เกี่ยวกับบล็อกนี้ เกี่ยวกับผู้เขียน

มาสร้างเมาส์อากาศกันเถอะ
สร้างเมาส์ที่ทำงานได้กลางอากาศ คุณจะเล่นเกมสามมิติได้โดยไม่ต้องใช้โต๊ะหรือแผ่นรองเมาส์อีกต่อไป
ลาภลอย วานิชอังกูร (laploy.com)

ตอนจบ

เมาส์ อากาศคืออุปกรณ์ที่ดัดแปลงมาจากเมาส์ไร้สาย เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้กลางอากาศ แนวคิดในการสร้างค่อนข้างเรียบง่าย ลองนึกภาพดูว่าหากท่านนำเมาส์ไร้สายมาวางบนผ่ามือ เมื่อเลื่อนเมาส์ไป-มา จะเห็นว่าตัวชี้เมาส์จะเลือนได้ แต่จะสะดุดเป็นระยะไม่ต่อเนื่อง

ขั้นตอนการสร้าง

การสร้างเมาส์อากาศมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

วิธีทำดัดแปลงแผ่นวงจรพิมพ์

ต่อไปนี้เป็นวิธีสร้างไส้ในของเมาส์อากาศ ซึ่งจะประกอบด้วยแผ่นวงจรพิมพ์ ถ่านไฟฉาย ตัวรวมแสง และไมโครสวิตช์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีครบพร้อมอยู่ในเมาส์ไร้สายอยู่แล้ว เราเพียงนำมาดัดแปลงเล็กน้อยก็จะกลายเป็นไส้ในของเมาส์อากาศได้

1. ถอดฝา : นำเมาส์มาถอดนอตฝาครอบออก ลูกล้อเราจะไม่ใช้จึงถอดทิ้งไปได้ ท่านจะพบว่าด้านที่อยู่ติดกับแหล่งกำเนิดแสงมีแผ่นพลาสติกใสซึ่งมีเลนซ์และปริซึมเล็กๆ ให้เก็บไว้ใช้

2. ถอดแผ่นวงจรพิมพ์ : ถอดแผ่นวงจรพิมพ์ออกจากฐานพลาสติก ถอดฐานรองด้านหลังที่ใส่ถ่านไฟฉายออกทิ้วไป

 

มุมขวาล่างคือแผ่นพลาสติกใสซึ่งมีเลนซ์และปริซึมเล็กๆ

 

3. ต่อสายถ่าน : เนื่องจากเราจะตัดแผ่นวงจรพิมพ์ด้านที่เป็นขั้วถ่านไฟฉายออก เพื่อให้แผ่นวงจรพิมพ์มีขนาดเล็กลง ถ่านไฟฉายไม่ครบวงจร เราจึงต้องนำสายไฟมาตัดออกยาวหนึ่งนิ้ว แล้วบัดกรีเข้ากับขั้วถ่านดังภาพ

ถ่านไฟฉายเมื่อบัดกรีเสร็จแล้ว

 

4. ย้ายปุ่ม : ใช้หัวแร้งถอดไมโครสวิตช์ซึ่งเป็นปุ่มคลิกขวาของเมาส์ออกจากแผ่นวงจรพิมพ์ บัดกรีสายไฟสองเส้นต่อเข้ากับจุดต่อสวิตช์บนแผ่นวงจรพิมพ์และขาของสวิตช์ 

ไมโครสวิตช์เมื่อถอดออกและบัดกรีสายแล้ว

 

5. ใส่แท่นสวิตช์ : เราจะย้ายปุ่มคลิกขวามาไว้ตรงกึ่งกลางของเมาส์อากาศ นำยางลบดินสอมาดัดด้วยมีดคัตเตอร์ ให้มีขนาดพอเหมาะ คือให้ปุ่มของไมโครสวิตช์มีความสูงพอดีกับขอบผิวของขวดพลาสติก ซึ่งเป็นผนังของแกนใน ติดไมโครสวิตช์กับยางลบโดยใช้กาวสองหน้า

6. รัดถ่านไฟฉาย : ใช้หนังยางรัดถ่านไฟฉายไว้กับแผ่นวงจรพิมพ์โดยมียางลบอยู่ตรงกลาง 

ยางลบตั้งมั่นอยู่ได้ด้วยการรัดของหนังยาง

 

7. ใส่แผ่นรวมแสง : ใส่แผ่นพลาสติกใสซึ่งมีเลนซ์และปริซึมเล็กๆ กลับเข้าที่เดิม ยึดไว้ด้วยหนังยางเส้นเดียวกับที่รัดถ่ายไฟฉาย

แผ่นพลาสติกที่ทำหน้าที่รวมแสงเมื่อถูกยึดไว้ด้วยหนังยาง

 

8. ปรับขั้วถ่าน : เนื่องจากเราถอดฐานรองถ่านไฟฉายออก มีผลให้ถ่านไฟฉายอยู่ในระดับต่ำกว่าปรกติเล็กน้อย ขั้วสัมผัสบนแผ่นวงจรพิมพ์จึงไม่สัมผัสกับถ่านไฟฉาย ให้ใช้คีมดัดให้ขั้วถ่านงอต่ำลงเล็กน้อย

ขั้วสัมผัสถ่านไฟฉายที่ต้องใช้คีมดัด

 

วิธีทำตัวถังส่วนแกนใน

เราจะสร้างส่วนตัวถังที่เป็นแกนในจากขวดพลาสติกดังที่บอกไปตอนต้นของบทความ ก่อนลงมือทำขั้นตอนนี้ท่านควรจะทำตามขึ้นตอน 1 ถึง 8 เสร็จแล้ว นำเมาส์อากาศที่สร้างขึ้น (ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเปลือกหุ้ม) ไปที่ร้านขายยา หรือร้านขายเครื่องสำอาง แล้ววัดเทียบกับขวดยาหรือขวดเครื่องสำอางต่างๆ เพื่อหาขวดที่มีขนาดใกล้เคียงไส้ในของเมาส์อากาศมากที่สุด เมื่อได้ขวดที่เหมาะสมแล้วให้ทำดังนี้

9. ล้างแล้วตัดคอ : นำขวดพลาสติกมาเทน้ำยาออกให้หมด ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ลอกฉลากออก ใช้แอลกอฮอล์เช็ดคราบกาวออกให้หมด แล้วใช้เลื่อยฉลุตัดคอขวดออกเสมอไหล่

ขวดที่ล้างและตัดคอแล้ว

 

10. ผ่าขวด : ผ่าขวดออกเป็นสองส่วน ก่อนผ่าดูให้แน่ใจว่าส่วนกำเนิดแสงของเมาส์จะไม่ตรงกับรอยผ่า คืออย่าผ่าตรงกลาง แต่ให้ผ่าสูงจากก้นขวดขึ้นมาสักสองนิ้ว

ขวดที่ผ่าแล้ว

 

11. ทำแหวน : เราจะทำส่วนแหวนประกบ ให้ตัดขวดออกหนาประมาณครึ่งนิ้ว จะได้วงแหวนหนึ่งอัน แหวนนี้จะมีขนาดกว้างเท่าขวด ซึ่งกว้างเกินไป เราต้องตัดส่วนกลางออกเล็กน้อยจึงจะเสียบเข้าในขวดได้พอดี แล้วติดเทปกาวสองหน้า การติดเทปกาวจะติดไปตามยาวตลอดวงแหวน แต่ไม่ติดเต็มความสูง คือจะติดเพียงครึ่งเดียวของความสูงเท่านั้น และติดให้ชิดริมด้านหนึ่ง

พลาสติกส่วนที่ตัดออกทำแหวน

 

12. ขัดขอบ : ขัดรอยตัดทุกด้านให้เรียบด้วยกระดาษทรายละเอียด

นำขวดที่ผ่ามาขัดรอยผ่าให้เรียบ

 

13. ใส่แหวน : นำแหวนมาสรวมกับชิ้นล่างของขวด เทปกาวสองหน้าที่ใส่ไว้จะทำให้วงแหวนติดกับชิ้นล่างได้อย่างแน่นหนา เมื่อใส่แล้วชิ้นล่างและวงแหวนจะกลายเป็นฝาที่เปิด-ปิดได้แนบเนียน

ผลลัพธ์ที่ได้เมื่อนำแหวนมาสรวมกับชิ้นล่างของขวดแล้ว

 

เมาส์อากาศสามมิติ

วิธีทำเมาส์อากาศสามมิติมีหลักการเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด และมีขั้นตอนพิเศษเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากเมาส์อากาศสามมิติจะต้องมีความกว้างและความสูงใกล้เคียงกัน (เพื่อให้เคลื่อนที่ได้ทุกทิศทางได้ดีพอๆ กัน) แต่แผ่นวงจรพิมพ์ของเมาส์ไร้สายส่วนใหญ่จะมีความยาวมากกว่าความกว้าง ดังนั้นเราจึงต้องตัดแผ่นวงจรพิมพ์ให้สั้นลง และบัดกรีสายไฟเพื่อทดแทนส่วนที่ถูกตัดไป วิธีการมีดังนี้

14. เลื่อยวงจร : ใช้เลื่อยฉลุตัดแผ่นวงจรพิมพ์ด้านล่างออก แผ่นวงจรพิมพ์ส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นตัวยึดขั้วถ่าน จึงมีลายวงจรเพียงเล็กน้อย

ไส้ในของเมาส์อากาศเมื่อตัดแผ่นวงจรพิมพ์แล้ว

 

15. ต่อสาย : ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความช่างสังเกตสักหน่อย คือตรวจดูว่าแผ่นวงจรพิมพ์ที่ตัดออก มีลายวงจรเชื่อมระหว่างจุดใดกับจุดใดบ้าง จากนั้นนำสายไฟมาบัดกรีต่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไป

เมื่อต่อเชื่อมสายไฟทดแทนแล้ว

 

16. จัดสายไฟ : เมื่อต่อเชื่อมสายไฟครบทุกเส้นแล้ว จัดสายไฟให้เรียบร้อย ให้ติดเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับถ่ายไฟฉายและแผ่นวงจรพิมพ์  

สภาพของสายไฟเมื่อถูกจัดให้เข้าที่แล้ว

 

การใส่แกนใน

ต่อไปเป็นการนำแผ่นวงจรพิมพ์และถ่านไฟฉายบรรจุเข้าไปในขวดพลาสติก หรือตัวถังของเมาส์อากาศ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

17. ใส่ไส้ : นำแผ่นโฟมหรือแผ่นฟองน้ำบางๆ มาหุ้มรอบๆ แผ่นวงจรพิมพ์และถ่านไฟฉาย ใช้คัตเตอร์ตัดฟองน้ำเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ บริเวณที่เราติดตั้งไมโครสวิตช์ จากนั้นนำทั้งหมดสอดเข้าไปในขวดพลาสติก หรือตัวถังที่เราทำเตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 9 ถึง 13 เมื่อสอดแล้วส่วนไส้ในจะแน่นพอดีกับตัวถัง ไม่เคลื่อนไปมา ตรวจดูว่าการกดปุ่มคลิกขวาทำได้ดีหรือไม่ หากไมโครสวิตช์อยู่สูงเกินไป ให้ตัดยางลบออก หากไมโครสวิตช์อยู่ต่ำเกินไปให้เพิ่มยางลบจนได้ระดับความสูงที่เหมาะสม เมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้วใช้เทปกาวใสติดโดยรอบระหว่างรอยต่อของชิ้นบนและชิ้นล่าง

เมาส์อากาศเมื่อหุ้มฟองน้ำและบรรจุไว้ในตัวถังแล้ว

 

18. ปุ่มซิงค์ : บนแผ่นวงจรพิมพ์จะมีปุ่มซิงค์ซึ่งทำหน้ารีเซตการเชื่อมต่อระหว่างเมาส์ไร้สายกับตัวรับสัญญาณ ดูให้แน่ใจว่าท่านสามารถกดปุ่มนี้ได้ โดยกดลงบนขวดในตำแหน่งที่ปุ่มติดตั้งอยู่ การกดนี้ควรต้องออกแรงมากกว่าปรกติ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการรีเซตโดยไม่ตั้งใจ

ปุ่มซิงค์

 

การใส่ตัวหุ้มด้านนอก

การใส่เปลือกหุ้มด้านนอกมีสองแบบ คือแบบมีน้ำมันหล่อลื่น กับแบบไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น การทำแบบมีน้ำมันหล่อลื่นจะซับซ้อนกว่าเล็กน้อย ดังนั้นท่านควรทดลองทำแบบไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่นดูก่อน หากใช้งานได้ดีก็ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าใช้แล้วรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวยังคล่องตัวไม่พอจึงค่อยทดลองทำแบบมีน้ำมันหล่อลื่นภายหลัง

19. ใส่ชั้นกันน้ำ : นำเมาส์อากาศมาบรรจุในถุงพลาสติก รีดอากาศออกให้หมดแล้วปิดผนึกโดยใช้เครื่องผนึกความร้อน ใช้เตารีด ใช้ยางยืด หรือกรรมวิธีใดๆ ก็ได้ เป้าหมายคือไม่ให้น้ำมันหล่อลื่นรั่วไหลเข้าไปในแกนในได้ หากท่านทำเมาส์อากาศสามมิติ การใช้หนังยางรัดจะทำให้มีปมซึ่งกีดขวางการใช้งาน วิธีแก้ง่ายๆ คือเจาะรูเส้นผ่านศูนย์กลางครึ่งนิ้วที่ส่วนล่างของตัวถัง แล้วใส่ปมไว้ภายในนั้น

เมาส์อากาศเมื่อใส่ตัวหุ้มกันน้ำแล้ว

 

20. หล่อลื่น : ใส่เมาส์อากาศไว้ในถุงพลาสติกอีกใบ เติมน้ำมันหล่อลื่นหรือสบุ่เหลว ระวังดูไม่ให้มีฟองอากาศ ปริมาณของน้ำมันหล่อลื่นหรือสบุ่เหลวจะต้องไม่มากเกินไป เพราะจะทำให้ตัวรับแสงอยู่หากจากเปลือกนอกสุดเกินระยะรวมแสง ซึ่งจะมีผลให้ตัวชี้เมาส์กระโดด

21. ใส่เปลือกนอกสุด : ขั้นตอนสุดท้ายคือการใส่เปลือกนอกสุด ซึ่งเป็นถุงเท้า หรือซองที่ทำจากผ้าซึ่งมีความยืดหยุ่นดี จัดการให้เปลือกนอกมีขนาดพอเหมาะกับเมาส์อากาศ ไม่แน่นไปหรือหลวมเกินไป เมื่อจับถือในฝ่ามือแล้วสามารถหมุนไส้ในไปมาได้อย่างอิสระ เมื่อใส่แล้วให้เย็บด้วยด้าย หรือทำกระดุมหมุดเพื่อให้การถอดเปลี่ยนถ่านไฟฉายได้ง่าย

การใส่เปลือกนอกสุด

 

เสร็จแล้ว

เมาส์อากาศเมื่อเสร็จแล้วและถูกนำไปใช้เล่นเกมอันเรียลทัวนาเมนต์

เมาส์อากาศนี้เป็นผลงานจากการคิดค้นของ Patrick Baudisch เจ้าหน้าที่แผนกค้นคว้าของบริษัทไมโครซอฟต์ ท่านสามารถดูวิดีโอคลิปสาทิตการทำงานและวิธีสร้างเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ของโครงงานนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เกี่ยวกับบล็อกนี้

เว็บบล็อก “คนคอมพิวเตอร์” หรือ Laploy’s articles เป็นบล็อกรวบรวมบทความจาก ลาภลอย วานิชอังกูร มีบทความหลายประเภทคละกัน เช่นบทความเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ บทความเกี่ยวกับการสร้างและดัดแปลงฮาร์ดแวร์ บทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั่วไป บทความทั่วไป และนิยายนักสืบ

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลาภลอย วานิชอังกูร เป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาแอพลิเกชันฐานข้อมูลและ Business Intelligence โดยเริ่มจากการพัฒนาโปรแกรมด้วย dBaseII, Clipper, FoxPro ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบูรณาการระบบฐานข้อมูลด้วยเทคโนโลยีของไมโคร ซอฟต์เช่น ASP.NET, ADO.NET, Microsoft SQL Server 2008 และ LINQ ชำนาญการเขียนคิวรีเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน Data mining, Data Warehouse, OLAP (SSRS), OLTP เคยออกแบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ในองค์กรระหว่างประเทศ เคยพัฒนาแอพลิเกชันฐานข้อมูลในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ และเคยให้คำปรึกษาด้าน BI ในศูนย์คอมพิวเตอร์ (T-Center) ในองค์กรของประเทศฝรั่งเศส
นอกจากงานฐานข้อมูลแล้ว ลาภลอย วานิชอังกูร ยังเชี่ยวชาญการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบฝังตัว (Microprocessor / Microcontroller Based Embedded System) งานพัฒนาแอพลิเกชันในอินเตอร์เน็ตแบบ RIA (Rich Internet Application) งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของซอฟต์แวร์ด้วยหลักการ OOP (Framework Development in Object Oriented Programming) ด้วยภาษา C# และ .NET Framework และงานบูรณาการระบบในองค์กรหรือ SOA (Service Oriented Architecture for Enterprise Orchestration) เคยร่วมงานกับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ในหลายๆ ประเทศ เช่น ไทย อินเดีย สวิส เยอรมัน และประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน ลาภลอย วานิชอังกูร ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาการวางระบบ IT (เช่น SQL, OLAP,.NET, SCADA, BI, SOA และอื่นๆ) ให้แก่หน่วยงานขนาดใหญ่หลายแห่ง และมีบทความทางวิชาการตีพิมพ์ในวารสารหลายเล่มอย่างสม่ำเสมอ และเป็นผู้เขียนหนังสือ "เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase - Query - T-SQL - Stored Procedure" และ “เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET” (ISBN 13:978-974-212-598-1)
ท่านสามารถติดต่อผู้เขียนได้ที่อีเมล laploy@gmail.com

เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET

ชื่อหนังสือ : เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET โดย : ลาภลอย วานิชอังกูร จัดพิมพ์จัดจำหน่ายโดย : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ISBN : 13:978-974-212-598-1 ราคา : 349 บาท จำนวนหน้า : 648 ขนาด : 19x29 ซ.ม.

เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase – Query – T-SQL – Stored Procedure

ชื่อหนังสือ: เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase - Query - T-SQL - Stored Procedure โดย: ลาภลอย วานิชอังกูร จัดพิมพ์จัดจำหน่าย: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ISBN: 978-616-08-0009-4 ราคา: 559 บาท จำนวนหน้า: 1,100 ขนาด: 19x29 ซ.ม. วางตลาด: ตุลา 2552

กรุณาป้อนอีเมลของท่าน

Join 17 other followers

Advertisements
%d bloggers like this: