คนคอมพิวเตอร์

หมากรุกสมองกล [ตอน1]

Posted on: กันยายน 10, 2010

หน้าแรก สารบัญ เกี่ยวกับบล็อกนี้ เกี่ยวกับผู้เขียน

หมากรุกสมองกล
สงครามปัญญาระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
ลาภลอย วานิชอังกูร (laploy.com)

ตอน 1

หมากรุกเป็นหนึ่งในเกมที่ต้องใช้สติปัญญาและไหวพริบมากที่สุดเกมหนึ่ง มนุษย์ใฝ่ฝันจะสร้างเครื่องจักรกลซึ่งมีเชาว์มากพอที่จะเล่นหมากรุกได้มานานแล้ว ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะถูกประดิษฐ์ขึ้นเสียอีก เมื่อยุคคอมพิวเตอร์มาถึง ความฝันก็กลายเป็นความจริง

บทความนี้จะนำท่านไปพบกับเรื่องราวอันน่าตื่นใจ  การประดิษฐ์คิดค้น การสร้างสิ่งที่เหลือเชื่อ ความหลอกลวง ความคดโกง ความโลภ สงคราม ชัยชนะและความพ่ายแพ้ จินตนาการและความเป็นจริง การสร้างสมองกล และหุ่นยนต์หมากรุกที่จะไม่มีใครเอาชนะได้

หมากรุกสากล

หมากรุกสากล หรือ “หมากรุกฝรั่ง” (chess) คล้ายหมากรุกไทย แต่มีตัวหมาก วิธีตั้งกระดาน และวิธีเล่นแตกต่างกันเล็กน้อย กระดานหมากรุกมีช่องสี่เหลี่ยมหกสิบสี่ช่อง ระบายสีขาวสลับดำ  ผู้เล่นแบ่งเป็นฝ่ายขาวและฝ่ายดำ แต่ละฝ่ายมีหมากเท่ากัน คือคนละสิบหกตัว ประกอบด้วย คิง หนึ่งตัว (เทียบได้กับขุน)  ควีน หนึ่งตัว (เทียบได้กับโคน)  รุค สองตัว (เทียบได้กับเม็ด) ไนท์ สองตัว (เทียบได้กับม้า) บิชอป สองตัว (เทียบได้กับเรือ) และ พาวน์ แปดตัว (เทียบได้กับเบี้ย)

จุดประสงค์ของการเล่นคือการทำให้ เชค หรือคิงของฝ่ายตรงกันข้ามจนมุม (หรือรุกฆาต) วิธีเดินหมากบางตัวเหมือนหมากรุกไทย เช่นม้า แต่หมากบางตัวมีวิธีเดินแตกต่างจากหมากรุกไทยมาก เช่น ควีน ที่สามารถเดินได้สุดกระดานทุกทิศ ส่วนยุทธวิธีเดินหมาก ทำได้พลิกแพลงหลากหลายไม่ด้อยกว่าหมากรุกไทย

องค์กรสากลทำหน้าที่จัดการแข่งขัน เพื่อหาผู้มีฝีมือสูงสุด หรือปรมจารย์หมากรุก (เชสมาสเตอร์และแกรนมาสเตอร์) คือ สหพันธ์หมากรุกโลก ปรมาจารย์หมากรุกที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาลคือ แกรี คาสปารอฟ ชาวเมืองยูเครน ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย แชมป์โลกคนปัจจุบันคือ อนันต์ วิศวะนันธนา ชาวเมืองมัธดราส (เชนไน) ประเทศอินเดีย ชนะการแข่งอย่างเป็นเอกฉันท์ในการแข่งหมากรุกโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา (พ.ศ. 2550)

 

 
ตัวหมากของหมากรุกสากล ไล่จากซ้ายไปขวา คิง ควีน รุค บิชอป ไนท์ และพาวน์

 

 
แชมป์โลกปัจจุบัน อนันต์ วิศวะนันธนา จอมทมิฬ

 

The Turk หุ่นลวงโลก

เดอะเติกร์ คือหุ่นยนต์นักเล่นหมากรุกตัวแรกของโลก มีขนาดเท่าคนจริง หน้าตาและการแต่งตัวเหมือนชาวตุรกี นั่งหลังโต๊ะกว้างสองฟุต ยาวหกฟุต และสูงสามฟุต  ถูกสร้างขึ้นที่กรุงเวียนนาในปี ค.ศ. 1769 โดยบารอน วูฟกัง ฟอน แคมเพเลน วิศวกรชาวฮังการี

วูฟกังได้ความคิดที่จะสร้างเดอะเติกร์เมื่อพบเซียนหมากรุกไร้ขา (เสียขาทั้งสองข้างในการรบ) เมื่อสร้างเสร็จก็นำออกตระเวนแสดงทั่วยุโรป โดยใช้คำโฆษณาว่า “หุ่นยนต์นักเล่นหมากรุกที่สามารถปราบมนุษย์ได้ทุกคน” เงินที่เก็บจากค่าบัตรผ่านประตูสร้างรายได้ให้แก่ วูฟกัง อย่างงดงาม ก่อนการแสดงเริ่ม เขาจะเปิดให้ผู้ชมตรวจสอบภายในโต๊ะและในตัวหุ่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าเดอะเติกร์ ประกอบขึ้นจากเครื่องยนต์กลไกล้วนๆ จากนั้น วูฟกัง จะเชิญนักเล่นหมากรุกท้องถิ่นมาประลองฝีมือ แต่ก่อนการเล่นจะเริ่มขึ้น วูฟกัง จะให้นักเล่นหมากรุกขาด้วนลอบเข้าไปในหัวหุ่น และบังคับควบคุมหุ่นจากภายใน

เดอะเติกร์ ถูกนำออกแสดงครั้งแรกในกรุงเวียนนาเมื่อปี ค.ศ. 1770 และออกทัวร์ไปตามประเทศต่างๆ เช่นฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา แม้เดอะเติกร์จะเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง แต่มันก็แสดงถึงความปรารถนาของมนุษย์ ที่ต้องการเห็นหุ่นยนต์มีเชาว์ปัญญาสูง เล่นเกมที่ต้องใช้การใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งเช่นหมากรุกได้

 

 
ภาพเดอะเติกร์เมื่อเปิดให้ผู้ชมตรวจสอบภายในโต๊ะและในตัวหุ่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าเดอะเติกร์ ประกอบขึ้นจากเครื่องจักรกลล้วนๆ

 
ภาพแสดงเดอะเติกร์และคนซึ่งทำหน้าที่บังคับควบคุม

 
ในปี ค.ศ. 1970 จอนห์ เกรแฮม อุทิศเงินหนึ่งแสนสองหมื่นดอลลาห์และเวลายี่สิบปีในการสร้าง เดอะเติกร์ ขึ้นมาใหม่ (เดอะเติกร์อันดั้งเดิมถูกทำลายลงในไฟ ขณะตั้งแสดงที่พิพิธภัณฑสถานเมืองฟิลาเดลเฟีย) เกรแฮม ทำธุรกิจเครื่องแสดงมายากล เขาสร้างเดอะเติกร์ขึ้นใหม่เพราะหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเครื่องกลอันเป็นตำนานนี้

 
เดอะเติกร์ ตัวที่สร้างขึ้นใหม่ขณะกำลังเล่นหมากรุก

El Ajedrecista

ในปี ค.ศ. 1912 ลีโอนาโด ทอเรส นักวิทยาศาสตร์ชาวสเปน ประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่เล่นหมากรุกได้จริงเป็นคนแรก หุ่นยนต์นี้มีชื่อว่า El Ajedrecista (เป็นภาษาสเปนแปลว่านักเล่นหมากรุก ต่อไปจะเรียกย่อว่า EA) เขานำออกแสดงต่อสาธารณะชนที่งาน “ปารีสเวิลด์แฟร์” จัดขึ้นในปี 1914 มันสร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าชมเป็นอย่างยิ่ง และได้รับการกล่าวขวัญถึงในอย่างชื่นชม วารสาร ไซแอนติฟิก อเมริกัน ฉบับเดือนธันวาคม 1915

EA มีรูปร่างเป็นกระดานหมากรุก ใต้กระดานมีแม่เหล็กไฟฟ้า เดินหมากได้เพียงสามตัว (ตอนช่วงปลายกระดาน หรือช่วง end game) คือเดิน คิง และ รุค สู้กับคู่แข่งที่เป็นมนุษย์ เมื่อเทียบกับมาตรฐานของวิศวกรรมในปัจจุบัน EA จัดว่าไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ในสมัยเก้าสิบปีก่อน (ก่อนการกำหนดเหนิดของคอมพิวเตอร์) นับว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์อันน่าทึ่ง มีความสามารถที่ไม่น่าเชื่อหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น หากคู่แข่งที่เป็นมนุษย์เดินหมากผิด (คือเดินในเข้าไปในตาที่ผิดกฎ) EA จะสามารถตรวจพบ และสัญญาณเตือนได้

 
El Ajedrecista ขณะเล่นหมากรุก

 
กลไกของ El Ajedrecista

 

สมองกลในกระดาษ

บรรดานักคณิตศาสตร์ซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่ เบทล์ชลีพาร์ค (Bletchley park คฤหาสน์บัคกิงแฮมไชร์ในประเทศอังกฤษ ถูกดัดแปลงเป็นค่ายเพื่อถอดรหัสลับนาซี)  ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่มีใครทรงไว้ซึ่งอัจฉริยะภาพเกิน อลัน ทัวริง เพราะเขาสามารถเขียนโปรแกรมหมากรุกคอมพิวเตอร์ได้ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ขึ้นเสียอีก ทัวริง นึกเห็นภาพว่า ในอนาคตอันใกล้ ต้องมีสมองกลเกิดขึ้นแน่ และมันควรจะเล่นหมากรุกได้ เขาจึงเขียนโค้ดเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า (เขียนเป็น pseudo-code ที่สามารถนำไปแปลงเป็นภาษาอะไรก็ได้ภายหลัง)

เพราะทัวริงสนใจการเล่นหมากรุก (แต่ฝีมือจัดว่าอ่อนหัดมาก) หลังสงครามเขาเริ่มเขียนคำสั่งที่จะทำให้สมองกลเล่นหมากรุกได้ แต่เนื่องจากตอนนั้นคอมพิวเตอร์ยังไม่มีอยู่จริง เขาจึงใช้ตัวเองทำหน้าที่เป็นสมองกล โดยนำข้อมูลการเดินหมากมาไล่ดูกับคำสั่งที่เขียนไว้ในกระดาษ การเดินหมากแต่ละตาจึงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง

 

 
อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ เขียนโปรแกรมเล่นหมากรุกได้ก่อนมีคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นในโลก

สืบทอดเจตนารมณ์

หลังสงครามสงบ (ค.ศ. 1945)เหล่านักคณิตศาสตร์ต่างแยกย้ายกลับสู่ที่ตั้งเดิมก่อนสงคราม (คือห้องทดลองและมหาวิทยาลัย) หนึ่งในจำนวนนั้นคือดอกเตอร์ ดีทริช พรินซ์ ผู้เคยเล่นหมากรุกกับคอมพิวเตอร์กระดาษของทัวริง และประทับใจในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นมาก พรินซ์ กลับไปประจำที่มหาวิทยาลัยเมนเชสเตอร์

ในปีเดียวกันมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (ในสหรัฐฯ) กำลังพัฒนาดิจิตอลคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก คือ ฮาร์วาร์ด มาร์ควัน โดยมี โฮวาร์ด ไอค์เคน ดูแลด้านฮาร์ดแวร์ เกรซ ฮอปเปอร์ ดูแลด้านซอฟต์แวร์ ต่อมามหาวิทยาลัยเมนเชสเตอร์จึงสร้าง มาร์ควัน ของตนเองขึ้นบ้าง และเสร็จพร้อมรันโปรแกรมได้ในปี 1948

รัฐบาลของสหราชอาณาจักร ต้องการสร้าง มาร์ควัน เพื่อใช้เป็นคอมพิวเตอร์ต้นแบบสำหรับการสร้างเชิงพาณิช พรินซ์ ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมโครงการนี้ หนึ่งในหลายๆ โปรแกรมที่ พรินซ์ เขียนคือโปรแกรมหมากรุก ที่เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากทัวริง

 

 

ดอกเตอร์ ดีทริช พรินซ์ กำลังโหลดโปรแกรมหมากรุกเข้าสู่คอมพิวเตอร์ มาร์ควัน

 
คอมพิวเตอร์มาร์ควันของมหาวิทยาลัยเมนเชสเตอร์

 
โฮวาร์ด ไอค์เคน ร่วมงานกับ โธมัส วัตสัน (ต่อมากลายเป็นบริษัทไอบีเอ็ม) ในภาพคือ ไอบีเอ็ม ซิสเต็ม สามหกศูนย์

 
เกรซ ฮอปเปอร์ ดูแลด้านซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มาร์ควัน และเป็นโปรแกรมเมอร์สตรีคนแรก (คอมพิวเตอร์ในภาพคือ ยูนิแวค ในอีกหลายปีต่อมา)

โปรดติดตามตอนต่อไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เกี่ยวกับบล็อกนี้

เว็บบล็อก “คนคอมพิวเตอร์” หรือ Laploy’s articles เป็นบล็อกรวบรวมบทความจาก ลาภลอย วานิชอังกูร มีบทความหลายประเภทคละกัน เช่นบทความเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ บทความเกี่ยวกับการสร้างและดัดแปลงฮาร์ดแวร์ บทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั่วไป บทความทั่วไป และนิยายนักสืบ

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลาภลอย วานิชอังกูร เป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาแอพลิเกชันฐานข้อมูลและ Business Intelligence โดยเริ่มจากการพัฒนาโปรแกรมด้วย dBaseII, Clipper, FoxPro ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบูรณาการระบบฐานข้อมูลด้วยเทคโนโลยีของไมโคร ซอฟต์เช่น ASP.NET, ADO.NET, Microsoft SQL Server 2008 และ LINQ ชำนาญการเขียนคิวรีเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน Data mining, Data Warehouse, OLAP (SSRS), OLTP เคยออกแบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ในองค์กรระหว่างประเทศ เคยพัฒนาแอพลิเกชันฐานข้อมูลในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ และเคยให้คำปรึกษาด้าน BI ในศูนย์คอมพิวเตอร์ (T-Center) ในองค์กรของประเทศฝรั่งเศส
นอกจากงานฐานข้อมูลแล้ว ลาภลอย วานิชอังกูร ยังเชี่ยวชาญการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบฝังตัว (Microprocessor / Microcontroller Based Embedded System) งานพัฒนาแอพลิเกชันในอินเตอร์เน็ตแบบ RIA (Rich Internet Application) งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของซอฟต์แวร์ด้วยหลักการ OOP (Framework Development in Object Oriented Programming) ด้วยภาษา C# และ .NET Framework และงานบูรณาการระบบในองค์กรหรือ SOA (Service Oriented Architecture for Enterprise Orchestration) เคยร่วมงานกับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ในหลายๆ ประเทศ เช่น ไทย อินเดีย สวิส เยอรมัน และประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน ลาภลอย วานิชอังกูร ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาการวางระบบ IT (เช่น SQL, OLAP,.NET, SCADA, BI, SOA และอื่นๆ) ให้แก่หน่วยงานขนาดใหญ่หลายแห่ง และมีบทความทางวิชาการตีพิมพ์ในวารสารหลายเล่มอย่างสม่ำเสมอ และเป็นผู้เขียนหนังสือ "เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase - Query - T-SQL - Stored Procedure" และ “เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET” (ISBN 13:978-974-212-598-1)
ท่านสามารถติดต่อผู้เขียนได้ที่อีเมล laploy@gmail.com

เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET

ชื่อหนังสือ : เรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C# ASP.NET โดย : ลาภลอย วานิชอังกูร จัดพิมพ์จัดจำหน่ายโดย : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ISBN : 13:978-974-212-598-1 ราคา : 349 บาท จำนวนหน้า : 648 ขนาด : 19x29 ซ.ม.

เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase – Query – T-SQL – Stored Procedure

ชื่อหนังสือ: เรียนรู้ด้วยตนเอง DataBase - Query - T-SQL - Stored Procedure โดย: ลาภลอย วานิชอังกูร จัดพิมพ์จัดจำหน่าย: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ISBN: 978-616-08-0009-4 ราคา: 559 บาท จำนวนหน้า: 1,100 ขนาด: 19x29 ซ.ม. วางตลาด: ตุลา 2552

กรุณาป้อนอีเมลของท่าน

Join 17 other followers

Advertisements
%d bloggers like this: